เดอะ ซาวด์ ออฟ แซก.

posted on 07 Apr 2010 12:59 by kittchah

Photobucket

 

ในวัยยี่สิบแปด มูราคามิได้ยินเสียงกระซิบจากภายในว่าให้เริ่มต้นงานประพันธ์เสียที เขาลงมือเขียน ‘สดับลมขับขาน’ ก่อนผลงานเรื่องอุโฆษจะส่งให้เขาเป็นเอกในบรรดานักเขียนขบถของญี่ปุ่น ด้วยตัวเลขจำนวนเดียวกันนี้ ผมไม่มีทางทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เหมือนอย่างเขา

สิ่งที่ผมพอจะทำได้ก่อนอายุเคลื่อนเข้าสู่เลขสาม คือการเลือกระหว่างความเป็นอยู่อันแสนสุขสบาย ทั้งในด้านอาชีพการงาน, การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการมีธุรกิจเล็กๆ ที่มั่นคงคอยรองรับ กับการเลือกที่จะว่างทุกอย่างและรวบรวมเงินหนึ่งก้อน เพื่อออกเดินทางมาปรับแก้จุดบกพร่องอันใหญ่หลวงของตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าเบื้องหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

แน่นอน, ผมเลือกอย่างหลัง เพราะถึงอย่างไร หากรักที่จะเดินบนถนนสายอักษร การก้าวข้ามขีดจำกัดทางภาษา เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องลงมือทำตั้งแต่เนื่องๆ 

ผมอาจจะเริ่มช้ากว่าหลายๆ คน แต่อย่างน้อยผมก็เชื่อในสิ่งที่ผมตัดสินใจ 

ด้วยเหตุนี้ ผมถึงรู้สึกมั่นอกมั่นใจเป็นพิเศษ ในการเลือกมาใช้ชีวิตในต่างแดนเพียงลำพัง เพื่อนฝูงที่ผ่านประสบการณ์มาก่อน ล้วนต่างพยายามบอกเตือนด้วยความหวังดีในความยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหนัก ตลอดจนการใช้ชีวิตอย่างโดดเด่ียว

เหมือนเคย คำบอกเตือนใดๆ ไม่เคยมีความหมาย 
ผมเชื่อว่าตัวเองยังแกร่งและมีพลังมากพอที่จะก้าวข้ามทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา

กระทั่งเย็นวันหนึ่งในอีกหกเดือนให้หลัง เมื่อได้มาหยุดฟังเสียงอัลโต้แซกโซโฟนของนักดนตรีเปิดหมวก ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ เหนื่อยล้า ท้อแท่้ และอยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

*** 
ต่อให้ไม่ใช่ขาประจำ แต่ทุกครั้งที่จังหวะและเวลาลงตัว ผมจะหาโอกาสมานั่งฟังเพลง จิบเบียร์์ที่ร้านน้ำตาลทรายแดงตรงหลังสวนอยู่เสมอ

เดิมทีผมอาจหลงใหลบรรยากาศของร้านบนด้านฟ้าย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ทว่าสำหรับการฟังดนตรีแจ๊สสดๆ แล้ว ถ้าไม่เขยิบก้นลงมาทีี่ตำนานร้านแจ๊สด้้านล่าง ร้านน้ำตาลทรายแดงก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเท่านั้น 

ในอารมณ์ดิบๆ และอยากฟังการอิมโพรไวส์สนุกๆ ก็เห็นจะมีแต่สองร้านนี้ที่ผมพอจะรู้จัก 

อย่างไรก็ตามต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คอแจ๊สตัวยงที่ฟังปุ๊ปสามารถระบุได้ทันทีว่าเป็นบทเพลงของใคร นักดนตรีเก่ง ไม่เก่งอย่างไร ผมไม่มีทางล่วงรู้ ผมเริ่มต้นฟังแจ๊ส เพียงเพราะอยากเข้าใจอารมณ์ของตัวละครในนิยายแค่นั้น 

ไม่มีใครเตือนว่าหลังจาก โซ วอท ของไมลส์ เดวิส จะทำให้ผมคลั่งไคล้นักเทเนอร์แซกโซโฟนอย่างจอห์น โคลเทรน และนั่นก็ต่อยอดไปถึงนักแซกโซโฟนคนอื่นๆ อาทิ ชาร์ลี พาร์กเกอร์, เลสเตอร์ ยัง, โจ เฮนเดอสัน ฯลฯ 

นอกจากเปียโน ส่วนตัวผมคิดว่าแซกโซโฟนเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถกระทบถึงใจคนได้ไวและชัดเจนมากที่สุด แซกฯ จะเป่าให้หวานนุ่ม ดำดิ่งจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ ก็ไม่ยาก ขณะเดียวกันจะแผดเสียงปลุกให้อารมณ์เร้าร้อน ก็ทำได้ในเวลาไม่กี่วินาที 

เหตุผลดังกล่าว ผมจึงเลือกแซกโซโฟนเป็นดนตรีชิ้นเอกในการฟังแจ๊ส

***
การดำเนินชีวิตของเราก็ไม่ต่างไปจากเทคนิคที่ใช้เป่าแซกโซโฟนในท่วงทำนองของแจ๊ส-ผมคิด

แต่ละคนอาจจะมีแบบแผนแตกต่างกัน และคงมีไม่มากคนที่ใช้ชีวิตโดยไร้ซึ่งการวางแผน อย่างน้อยๆ ในแต่ละวันเราก็ควรรู้แล้วว่าจะต้องทำอะไร-นั่นยังถือเป็นส่วนย่อยของส่วนย่อยสำหรับคนที่เลือกวางอนาคตไว้เป็นปีๆ ทว่าจะมีสักกี่คนสามารถทำตามแผนการที่กำหนดไว้ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน 

ไม่ต่างกัน, นักแซกโซโฟนก็ต้องรู้คอร์ดของบทเพลงที่จะบรรเลง แม้แต่สายโมดัลแจ๊สที่เลือกไหลไปตามทำนองที่ใช้ฮาร์โมนีของโหมดมากกว่าคอร์ด ยังต้องรู้ว่าในหนึ่งโหมดประกอบไปด้วยคอร์ดอะไรบ้าง กระนั้นเมื่อถึงเวลาแสดงสดจริงๆ หากมัวแต่ยึดติดกับคอร์ดหรือกังวลกับการไล่สเกลในโหมด อาจทำให้ตามเพื่อนๆ ในวงไม่ทัน 

การอิมโพรไวส์จึงเป็นหัวใจสำคัญของนักแซกโซโฟนแจ๊ส 
การยอมรับความเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็เป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต 

***
หลังจากเดินเตร็ดเตร่มาตลอดบ่าย เย็นวันนั้นผมตัดสินใจหยุดพักที่ เซอร์คิวล่า เ**์ 

ด้วยความที่เป็นปากทางเข้าท่าเรือฮาร์เบอร์ และเป็นจุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยวโดยสารเรือแบบต่างๆ จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนกว่าพันเดินเข้า-ออกตลอดทั้งวัน และนั่นก็สมเหตุสมผลพอที่บรรดานักดนตรีเปิดหมวกจะมาบรรเลงบทเพลงหลากหลายแนวรอบๆ บริเวณนี้ 

ผมเลือกนั่งฟังชายผิวดำที่ถืออัลโต้แซกโซโฟนอยู่ในมือ เขาขับกล่อมบทเพลงป๊อปหวานของคาร์เพนเทอร์ส ขณะที่ผมกำลังเพ่งจ้องฝ่ามือของตัวเอง 

อย่างไม่บอกไม่กล่าว ความเหงาก็ร่วงโรยมาปกคลุมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว 

นาทีนั้นผมนึกถึงใครสักคนที่พอจะมานั่งเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ๆ ได้ แต่ทั้งๆ ที่มีหลายชื่ออยู่เป็นสิบๆ ในโทรศัพท์ฯ ผมก็นึกไม่ออกว่าจะเลือกกดเบอร์… โทรฯ หาใคร 

ภาพคนเป็นร้อยๆ ที่เดินผ่าน ทำให้ผมตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของตัวเอง 

บางทีผมอาจตัดสินใจไม่ผิดในการเลือกเดินตามความฝัน 
แต่บางครั้งผมก็คงประเมินความเข้มแข็งของหัวใจตัวเองผิดไป

เสียงของอัลโต้แซกโซโฟนยังคงบรรเลงอยู่ระหว่างที่ผมลุกเดินจากมา 
ผมว่า ผมคงต้องกลับไปเรียนรู้ที่จะฟังเพลงแจ๊สใหม่ตั้งแต่ต้น



Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วเหงาจังคครับ..

จังหวะและน้ำเสียงการเล่า กระชากใจคนไกลบ้านให้เหงาเกินบรรยาย หรือจริงแล้วเราล้วนต้องโดดเดี่ยว บนเส้นทางเปลี่ยวที่ต้องก้าวเดิน..

สู้ต่อไปครับ..

แจ๊สเป็นอะไรที่เข้าถึงยาก
แต่มีสเน่ห์จริงๆคะ

#12 By bentie~ on 2010-05-14 17:41

ได้ความรู้ผ่านข้อเขียนนี้เยอะเลยค่ะ
นอกจากความรู้แล้ว.. ยังสัมผัสกับความรู้สึกละมุนละไมด้วย

แล้วจะแวะมาอ่านอีกนะคะ big smile
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ สาดน้ำย้อนหลังสงกรานต์จ๊ะbig smile
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#9 By Meowzilla Zilla on 2010-04-17 11:38

เหมือนกันเลย ..

บางทีก็ประเมินความเข้มแข็งของหัวใจตัวเองผิดไป

#8 By easygirl.iam on 2010-04-15 18:20

question ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ cry

#7 By juney on 2010-04-13 14:58

open-mounthed smile เขียนเจ๋งอ่ะ ดนตรีนี่มันสุดยอดจริงcry

#6 By juney on 2010-04-12 07:46

ไม่ว่าจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหน

หรือวางแผนไว้ล่วงหน้านานแค่ไหน

คิดเสียว่า ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว

It's written ค่ะ big smile

#5 By caffeineaddict on 2010-04-11 01:51

big smile
สวัสดีค่ะ หายไปนานเพิ่งแว๊บเข้ามาอ่าน
ชอบเอนทรี่นี้มากๆ (ก็ชอบเหมือนเอนทรี่อื่นๆที่ผ่านมานั่นแหละ)

ช่วงเวลาแบบนี้ คงเกิดขึ้นได้กับทุกคนมั๊งคะ
เป็นช่วงเวลาแบบปกติ ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย
แต่ทุกคนต้องพบเจอ

วันนึงถ้าเรามีโอกาสได้ไปยืนอยู่ตรงนั้น
ฟังเพลงจากนักดนตรีเปิดหมวกคนนั้น
เราอาจจะมีความสุข หายเหนื่อย
หรือเหงา เศร้า ก็ได้
มันคงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและจังหวะชีวิต ..

ปล. ส่งเมล์ไปหาพี่พักใหญ่มากๆแล้วนะคะ
ไม่เห็นตอบกลับมา คิดว่าคงยุ่ง หรือส่งผิด หรือส่งไปไม่ถึง
ฮ่าๆ
แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆค่ะ big smile

#4 By VanillaRain* on 2010-04-10 00:05

ฉันชอบแซกโซโฟน...

อย่างไม่ขวนขวาย หรือใคร่รู้...

เพียงแค่...

หากผ่านไปในบทเพลงไหน ฉันจะหยุดฟังอย่างตั้งใจ

ซึมซาบ แล้วจากมา...

เหมือนความสัมพันธ์ชั่วคืนครั้งแล้วครั้งเล่า กับผู้หญิงคนเดิม...

(เพื่อนพ่อที่เป็นนักเป่าแซกฯ เคยบอก ทรัมเป็ต เป็นผู้ชาย แซกโซโฟน เป็นผู้หญิง และฉันก็รู้สึกแบบนั้น)

ในขณะที่คุณดูตกหลุมรักจริงจังกับแซกโซโฟน...

ป.ล. ฉันรู้สึกว่าตัวหนังสือคุณน่าสนใจ จะรออ่านนะคะ big smile

#3 By นกไร้ขา on 2010-04-08 10:14

ตอนเขียนก็นึกถึงฉากทุ่งหญ้าในมนต์รักเพลงสวรรค์

#2 By kitt on 2010-04-08 00:15

ดนตรีมีมนตร์

#1 By wesong on 2010-04-07 19:40