ตลอดเดือนที่ผ่านมา นอกจากใช้เวลาว่างหมดไปกับการทอดน่อง เตร็ดเตร่อยู่ในสวนสาธารณะ ตกดึกค่ำคืน ผมยังละลายเวลาไปกับฟองเบียร์ ด้วยการแปลงพื้นที่ในครัวให้กลายเป็นบาร์ส่วนตัว

อย่างแรกถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลสำหรับคนที่กำลังเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่รายล้อมรอบกาย การเลือกหันหน้าเข้าหาพื้นที่สีเขียว ย่อมเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ช่วยลดความขุ่นเคืองภายในให้ทุเลาบรรเทาลง

ส่วนอย่างหลังดูคล้ายจะออกไปทางเก็บกดก่อนลงขวดแอลกอฮอลล์ ทว่าสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกดืม/ไม่ดื่ม เบียร์เป็นเพียงองค์ประกอบที่เข้ามาช่วยผสานให้ผมกับห้องครัวมีความคุ้นเคยกันมากขึ้นเท่านั้นเอง

***

ด้วยความบังเอิญ ก่อนหน้าตั้งใจจะเปิดหาสถานีที่ออกอากาศบรรเลงเพลงแจ็ซ หากแต่หูกลับต้องมาสะดุดที่ เฟอ เอลซ์  เพลงคลาสสิกดึกดำบรรพ์ของเบโทเฟน

แน่นอน, ต่อให้ไม่ใช่คอเพลงคลาสสิกตัวยงก็สามารถยืนยันได้ทันทีว่างานประพันธ์ที่ได้ยินคือผลงานของคีตกวีเมืองเบียร์ 

เดิมทีเกือบจะพลิกนิ้วเปลี่ยนหนี คลื่นเพลงคลาสสิกดาษดื่นมักเต็มไปด้วยเบโทเฟน โดยเฉพาะบทเพลง ‘เพื่ออลิซ’ น่าจะเคยผ่านหูมาแล้วไม่ต่ำกว่าร้อย-สองร้อยหน กระนั้นเสียงแหบแห้งของผู้ดำเนินรายการที่เอ่ยทักผู้ฟังอย่างห่างเหินกลับทำให้ผมต้องหยุดฟังท่วงทำนองที่เนิบช้า ทีละคำ... ทีละคำ…

ช่วงเวลาดังกล่าว, มั่นใจว่าไม่เคยได้ยินผู้ดำเนินรายการคนไหน ไม่แยแสผู้ฟังอย่างนี้มาก่อน วิธีการพูดฟังเหมือนไม่ยีหระต่อสิ่งใดๆ แต่ก็หาใช่เพียงพูดเพื่อรอให้จบรายการ จังหวะของคำเต็มไปด้วยความแปลกแปร่ง การเว้นวรรคผิดรูปไร้ระเบียบ ทว่าพอเริ่มจับความรวมกันเป็นประโยค ก่อให้เกิดความรู้สึกประหลาดเกาะกุมหัวใจ จะว่าละม้ายคล้ายท่วงทำนองของปู่คลินท์ อีสต์วูด ก็ไม่ตรงเสียทีเดียว ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งยากจะหาใครเปรียบ

หลังจากคืนนั้น พอใกล้เวลาห้าทุ่ม ผมต้องลุกจากโต๊ะคอมฯ เดินเข้าไปนั่งในครัว พร้อมกับปรับปุ่มวิทยุบนหลังตู้เย็นไปยังคลื่นความถี่ที่ได้บันทึกช่องเอาไว้ก่อนหน้า ครั้นให้นั่งเฉยๆ เพื่อฟังเพลงคลาสสิกกับเสียงผู้ดำเนินรายการ ส่วนตัวก็เกรงว่าเจ้าของบ้านที่ผมแชร์ห้องอยู่จะเกิดอาการสงสัย และสอบถามเป็นการใหญ่ว่ามีปัญหาหรือไม่สะดวกใจในเรื่องอะไร?

เมื่อไม่อยากอธิบายเหตุผลให้ยืดยาว
ภาพการนั่งดื่มเบียร์ฟังเพลงจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี   

อย่างไรก็ตาม การนั่งคนเดียวในครัวยามค่ำคื่น สร้างความรู้สึกประดักประเดิด ผิดที่ทางอย่างบอกไม่ถูก เคลื่อนตัวขยับแต่ละคราว ราวกับอวัยวะชิ้นนั้นมิได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นไปได้ว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาในครัว ใครสักคนได้หั่นทิ้งอวัยวะของผมออก ก่อนจะนำชิ้นใหม่เข้ามาสวมแทน

เบื้องหน้านอกจากจะหันตาตรงกับเตาไมโครเวฟ ด้านขวามือยังเป็นเตาอบกับเครื่องครัวชุดใหญ่ ไม่นับทางฝั่งซ้ายที่มีทั้งเครื่องล้างจาน, เครื่องซักผ้า, เครื่องอบผ้า รวมถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดห้าคิวและวิทยุที่ตั้งอยู่ตรงด้านบน

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในครัวดูท่าจะไม่ตอบรับการมาเยือนของผม ความจริงผมคงเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา ห้องครัวยามราตรีสมควรอยู่ในความเงียบสงบ อุปกรณ์แต่ละชิ้นล้วนต่างต้องการเวลาที่จะพักผ่อนหลับใหล

“ทำไมไม่เริ่มที่ เอไมเนอร์ กับ อีเมเจอร์ พยายามคงจังหวะเดิมให้ดำเนินต่อไป จากนั้นค่อยๆ บรรเลงซ้ำ ก่อนจะเขยิบเข้าสู่ท่อนขยายโดยส่งผ่านคอร์ด ซีเมเจอร์ ที่ควบคู่กับ จีเมเจอร์ หากผ่านพ้นท่อนนี้ได้ เตรียมตัวให้พร้อมเพราะต้องเผชิญกับอุปสรรคหนาหนักด้วยจำนวนโน้ตที่เรียงลายกันถี่ยิบ ซึ่งคงสาหัสสำหรับมือใหม่ แต่ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล หากผมยังคงยืนอยู่ข้างๆ คุณ”

‘เอาแล้วไง! หวังว่าคงไม่ได้ต้องการจะสื่อสารส่วนตัวกระมัง’ ผมคิด

“จริงแท้... ผมกำลังสนทนาอยู่กับคุณ”
เสียงของผู้ดำเนินรายการ แทรกขึ้นมาระหว่างบทเพลง
 

 

 


 

 

 

ทู บี คอนตินิว


(ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)

edit @ 5 Nov 2009 21:44:40 by kitt

The Lost Soul

posted on 27 Oct 2009 20:28 by kittchah

แต่ละคน... อาจจะมีสิ่งที่หัวใจยึดเหนี่ยวแตกต่างกัน

บางคนอาจจะพึ่งพาความรัก บางคนอาจจะฝากไว้กับศาสนา

ขณะที่บางคนอาจจะเกาะเกี่ยวอยู่กับอำนาจหรือเงินตรา

ทว่า... ยังคงมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถมองหา 'สิ่งนั้น' ได้จากที่ใด

 Photobucket

 Photobucket 

 Photobucket Photobucket

 Photobucket Photobucket Photobucket ร่างว่างเปล่าของเต่าที่พยายามจะกลับลงน้ำ... 

Photobucket Photobucket

Photobucket Photobucket

ขอบคุณ ต้นไม้และสิ่งมีชีวิตใน Centennial Park ที่ช่วยประคองวิญญาณสุดท้ายของผมไม่ให้ดับสูญ  

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 27 Oct 2009 21:24:07 by kitt

ไอ้เหมียว...

posted on 24 Oct 2009 16:59 by kittchah  in Short-story

 

เขาแบ่งส่วนหัวปลาให้ไอ้เหมียว
ด้วยความที่เกรงว่า... ถ้ายื่นแต่เพียงเศษหางปลา
ไอ้เหมียวจะหลับหูหลับตา กระเดือกก้างชิ้นโตเข้าไปด้วยความโซ่ 

แน่นอน ว่ากันตามสัญชาตญาน
เหมียวไม่มีทางปล่อยให้ก้างติดคอจนลมหายใจดับสูญ
หากแต่นั่นไม่ได้นับรวม... ไอ้เหมียวตัวที่นอนแทะหัวปลาอยู่ข้างๆ เขา

นอกจากตาจะถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกเพราะความชรา 
ไอ้เหมียวยังเป็นแมวพลัดถิ่น สบสน หลงทิศ
จนถูกบรรดาแมวเจ้าที่รุมกัดจวนปางตาย...

เขาโอบอุ้มร่างอันบอบช้ำ มายังตรอกเล็กๆ ในชุมชนห้องแถว
เหมียวดูเหมือนจะสิ้นสติในไม่กี่เวลา ทว่าความหิวคงทรมานกว่าพิษจากบาดแผล
เหมียวจึงรวบรวมเรี่ยวแรงเพื่อเคี้ยวหัวปลาทีละคำ ทีละคำ...

แม้จะคืบเคลื่อนเข้าใกล้วินาทีสุดท้ายของชีวิต
เหมียวก็ยังพยายาม... ต่อลมหายใจออกไปให้นานที่สุด

เขามองเหมียวพลางปล่อยลมหายใจออกมาพร้อมควันสีเทาขุ่น
ไม่บ่อยนักที่เขาจะรู้สึกตัวว่าตนกำลังหายใจ...
เช่นกัน หลายปีมานี้ เขาแทบไม่เคยคิดถึงการดำรงอยู่ของตัวเอง

...ในแสงวาววาบ เขามองเห็นชายคนหนึ่งก้มเก็บก้นบุหรี่จากกองขยะ
ชายคนนั้นไม่เคยเงยหน้าขึ้นมามองแววตาของผู้คนที่สัญจรผ่าน

ขณะเดียวกัน ชายคนนั้นก็หลบหลีกเงาตาของตัวเขาทุกครั้ง
หากบังเอิญต้องเก็บก้นบุหรี่ที่ตกอยู่ใกล้แอ่งน้ำที่เจิ่งหนอง

วันแต่ละวันพ้นผ่าน
เพียงก้นบุหรี่ที่เก็บรวมได้พอๆ กับเศษอาหาร... 

 

 

 

เขาจุดไฟขึ้นอีกครั้ง โดยที่ไม่กล้าหันไปสบตาเหมียว 

 

 

 

 

 

ป.ล. แรก แรงบันดาลใจจากบทความในห้องนอนสนทนาเว็บวินทร์บุ๊ค

ป.ล.สอง ภาพจากอินเทอร์เน็ต

edit @ 24 Oct 2009 17:07:06 by kitt